สรุปสั้นๆ ก่อนอ่านยาว
สมาร์ทวอทช์ครองตลาดในแง่ จำนวนเรือนที่ขาย และเติบโตเร็วกว่าเพราะตอบโจทย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ แต่นาฬิกาดั้งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มออโตเมติก ยังครองตลาดในแง่ มูลค่า อย่างเหนียวแน่น เพราะผู้ซื้อมองมันเป็นสินทรัพย์และของสะสม ไม่ใช่แค่เครื่องมือบอกเวลา ทั้งสองตลาดจึงไม่ได้แข่งกันแทนที่ แต่เติบโตคนละทางและคนละกลุ่มเป้าหมาย
สมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาจริงไหม? วิเคราะห์เทรนด์การซื้อนาฬิกาปี 2026
คำถามที่นักสะสมนาฬิกาและคนที่กำลังจะซื้อเรือนใหม่ถามกันมากที่สุดในช่วงนี้คือ สมาร์ทวอทช์จะกลืนตลาดนาฬิกาแบบดั้งเดิมจนหมดหรือไม่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่กระทบเลย ตลาดนาฬิกาทั่วโลกในปี 2026 กำลังแยกออกเป็นสองเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือเส้นทางของ "เครื่องมือ" และเส้นทางของ "ของสะสมที่มีความหมาย" ซึ่งทั้งสองฝั่งเติบโตไปด้วยกันได้ในเวลาเดียวกัน
ตัวเลขตลาดสมาร์ทวอทช์: เติบโตเร็ว แต่ไม่ได้กินรวบ
ข้อมูลจาก Mordor Intelligence ระบุว่าตลาดนาฬิกาทั้งหมดทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 132.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และคาดว่าจะเติบโตไปแตะ 183.09 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.73% ส่วนตลาดสมาร์ทวอทช์โดยเฉพาะ คาดว่าจะมียอดขายราว 208.81 ล้านเครื่องในปี 2026 และเพิ่มเป็น 293.75 ล้านเครื่องในปี 2031 ด้วยอัตราเติบโตปีละ 7.06% โดยกลุ่มที่โตเร็วที่สุดคือฟังก์ชันด้านสุขภาพและการแพทย์ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคมากขึ้น
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าสมาร์ทวอทช์ชนะขาดในแง่ "จำนวนเรือนที่ขายได้" และกำลังกินส่วนแบ่งตลาดของนาฬิการะดับเริ่มต้นและ นาฬิกาแฟชั่นราคาประหยัดไปจริง เพราะผู้บริโภคที่ต้องการแค่ความสะดวกในการบอกเวลาและติดตามสุขภาพ มักเลือกสมาร์ทวอทช์ แทนนาฬิกาควอตซ์ราคาถูกไปตั้งแต่ต้น
แต่นาฬิกาออโตเมติกยังครองมูลค่าตลาดอย่างเหนียวแน่น
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ถึงแม้สมาร์ทวอทช์จะขายได้มากกว่าในแง่จำนวนเรือน แต่นาฬิกากลไกของสวิสกลับสร้างมูลค่าการส่งออก ได้สูงถึงประมาณ 82.5% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ทั้งที่มีสัดส่วนจำนวนเรือนไม่ถึง 20% ของยอดส่งออกทั้งหมด ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า ผู้ซื้อนาฬิกากลไกยอมจ่ายเงินต่อเรือนสูงกว่ามาก เพราะมองมันเป็นสินทรัพย์และงานฝีมือ ไม่ใช่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะล้าสมัย ภายในไม่กี่ปี
ในส่วนตลาดนาฬิกากลไกโดยรวม คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 53,339.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และเติบโตไปแตะ 77,079.1 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2033 ด้วยอัตราเติบโตปีละ 5.4% โดยกลุ่มนาฬิกาออโตเมติก (ไขลานเองด้วยการเคลื่อนไหวข้อมือ) ครองสัดส่วนสูงถึง 72.2% ของตลาดนาฬิกากลไกทั้งหมด และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้วยสัดส่วนประมาณ 39.3% ซึ่งรวมถึงตลาดไทยที่อยู่ใน ภูมิภาคนี้ด้วย
เทรนด์ที่พลิกความคาดหมาย: Gen Z คือกลุ่มที่ดันตลาดนาฬิกากลไกกลับมา
ปรากฏการณ์ที่ทำให้นักวิเคราะห์ตลาดประหลาดใจคือ คนกลุ่มที่ซื้อนาฬิกาเก่าและนาฬิกากลไกมือสองเติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม Chrono24 กลับเป็นกลุ่มอายุ 18-28 ปี ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมากับสมาร์ทโฟนเต็มตัว แทนที่จะเป็นกลุ่มนักสะสมรุ่นใหญ่ อายุ 35-50 ปีตามที่อุตสาหกรรมเคยคาดการณ์ไว้
เหตุผลเบื้องหลังไม่ได้ซับซ้อน คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่กับการแจ้งเตือนและการสไลด์หน้าจอตลอดเวลาอยู่แล้ว นาฬิกากลไกจึงกลายเป็น วัตถุชิ้นเดียวในชีวิตประจำวันที่ไม่เตือนอะไร ไม่ขออะไรจากเจ้าของเลยนอกจากการไขลานเป็นครั้งคราว รายงานจาก Deloitte ในปี 2022 พบว่า 23% ของกลุ่ม Gen Z เลือกใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิมแทนสมาร์ทวอทช์ และ 33% บอกว่าการมีนาฬิกาสักเรือนมีความสำคัญต่อพวกเขา มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง
ทำไมสองตลาดนี้ไม่ได้แข่งกันหรือแทนที่กัน
มุมมองที่แม่นยำที่สุดในปี 2026 คือ สมาร์ทวอทช์และนาฬิกากลไกไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ตอบโจทย์คนละด้าน ของชีวิตคนคนเดียวกัน คนซื้อสมาร์ทวอทช์เพื่อประโยชน์ใช้สอย เช่น ติดตามการนอน วัดอัตราการเต้นหัวใจ แจ้งเตือนข้อความ ส่วนคนซื้อนาฬิกากลไกเพื่อความหมายและความรู้สึกเป็นเจ้าของงานฝีมือ แนวโน้มที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือคนจำนวนมากเลือก "มีทั้งสองอย่าง" สวมสมาร์ทวอทช์ไว้ออกกำลังกายหรือทำงาน แล้วเปลี่ยนมาสวมนาฬิกากลไกในวันสำคัญหรือวันหยุด
สมาร์ทวอทช์เหมาะกับใคร
- ต้องการติดตามสุขภาพ การนอน และการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์
- ใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งการแจ้งเตือนและการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนตลอดเวลา
- ไม่ติดขัดกับการชาร์จแบตทุกวันหรือทุกสองสามวัน
- มองนาฬิกาเป็นอุปกรณ์ที่อัปเกรดได้ ไม่ใช่ของสะสมระยะยาว
นาฬิกาออโตเมติกเหมาะกับใคร
- อยากได้วัตถุที่มีความหมาย เก็บไว้ได้นาน หรือส่งต่อรุ่นต่อรุ่น
- ต้องการพักจากการแจ้งเตือนและจอภาพในบางช่วงของวัน
- สนใจงานฝีมือ กลไก และเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์
- มองว่ามูลค่าของนาฬิกาอาจทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว ต่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ตารางเปรียบเทียบแรงจูงใจในการซื้อ
| มิติ | สมาร์ทวอทช์ | นาฬิกาออโตเมติก / กลไก |
|---|---|---|
| แรงจูงใจหลักในการซื้อ | ประโยชน์ใช้สอย สุขภาพ ความสะดวก | ความหมาย งานฝีมือ และมรดกของแบรนด์ |
| อายุการใช้งานที่คาดหวัง | 2-4 ปี ก่อนรู้สึกล้าสมัย | หลายสิบปีถึงตลอดชีวิต หากดูแลรักษาดี |
| มูลค่าตลาดมือสอง | ลดลงเร็ว คล้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป | ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นได้ในรุ่นที่มีดีมานด์สูง |
| กลุ่มผู้ซื้อที่เติบโตเร็วที่สุด | ทุกวัย เน้นกลุ่มใส่ใจสุขภาพ | Gen Z อายุ 18-28 ปี (เติบโตเร็วกว่ากลุ่มอายุ 35-50) |
| สัดส่วนในมูลค่าตลาดรวม | ครองจำนวนเรือนขายส่วนใหญ่ | ครองมูลค่าสูงเกินสัดส่วนจำนวนเรือนมาก |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทรนด์ตลาดนาฬิกา
สมาร์ทวอทช์จะทำให้นาฬิกาออโตเมติกหายไปจากตลาดไหม?
ไม่น่าเป็นไปได้ในระยะยาว เพราะแรงจูงใจในการซื้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน นาฬิกาออโตเมติกถูกซื้อด้วยเหตุผลด้านความหมายและมูลค่าสะสม ขณะที่สมาร์ทวอทช์ถูกซื้อด้วยเหตุผลด้านประโยชน์ใช้สอย ตัวเลขมูลค่าส่งออกของสวิสที่ยังสูงกว่า 80% ทั้งที่จำนวนเรือนน้อยกว่า ยืนยันว่าตลาดนี้ยังแข็งแรงอยู่
นาฬิการะดับไหนได้รับผลกระทบจากสมาร์ทวอทช์มากที่สุด?
นาฬิกาควอตซ์ระดับเริ่มต้นและนาฬิกาแฟชั่นราคาประหยัดได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะแข่งกับสมาร์ทวอทช์ด้วยจุดขายเดียวกันคือความสะดวกและฟังก์ชัน ส่วนนาฬิการะดับกลางถึงระดับสูงที่ขายด้วยงานฝีมือและความหมาย ได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก
ทำไมคนรุ่นใหม่ที่โตมากับสมาร์ทโฟนถึงกลับมาสนใจนาฬิกากลไก?
หลายงานวิจัยชี้ว่าคนรุ่นนี้มองนาฬิกากลไกเป็นวัตถุที่อยู่นอกระบบการแจ้งเตือนและอัลกอริทึม ต่างจากอุปกรณ์อื่นในชีวิตประจำวันที่ถูกออกแบบมาให้ดึงความสนใจตลอดเวลา การไขลานและดูแลนาฬิกากลไกจึงกลายเป็นพิธีกรรมเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับของจริง
ใส่สมาร์ทวอทช์กับนาฬิกากลไกพร้อมกันได้ไหม?
ได้ และกำลังเป็นเทรนด์ที่นิยมมากขึ้น นักสะสมจำนวนมากเลือกใส่สมาร์ทวอทช์ในข้อมือหนึ่งเพื่อติดตามสุขภาพและการแจ้งเตือน และใส่นาฬิกากลไกในข้อมืออีกข้างหรือสลับใส่ตามโอกาส โดยมองว่าทั้งสองเรือนทำหน้าที่ต่างกันและไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
บทสรุปเชิงกลยุทธ์
คำตอบที่ตรงที่สุดสำหรับคำถามว่าสมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาหรือไม่ คือมันครองไปแล้วในส่วนที่เป็น "เครื่องมือใช้สอย" แต่ไม่เคยแม้แต่จะเข้าใกล้ส่วนที่เป็น "ความหมายและมูลค่าสะสม" เลย ตลาดนาฬิกาในปี 2026 จึงไม่ได้กำลังถูกแทนที่ แต่กำลังถูกแบ่งออกเป็นสองเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นกว่าทุกยุคที่ผ่านมา และผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เลือกที่จะเดินทั้งสองเส้นทาง พร้อมกัน ไม่ใช่เลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง
สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจซื้อนาฬิกาเรือนต่อไป คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ "สมาร์ทวอทช์หรือออโตเมติกดีกว่ากัน" แต่เป็น "ฉันต้องการเครื่องมือ หรือฉันต้องการของที่มีความหมาย" เพราะคำตอบของคำถามนี้จะนำไปสู่การเลือกที่ถูกต้องกว่ามาก สำหรับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
อ่านเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจซื้อนาฬิกาเรือนต่อไป
วิเคราะห์โดย PaRiN — บรรณาธิการประจำ All My Watch Blog







0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น