วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2569

สมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาจริงไหม? เปิดเทรนด์ปี 2026

สมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาจริงไหม? เปิดเทรนด์ปี 2026

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่านยาว

สมาร์ทวอทช์ครองตลาดในแง่ จำนวนเรือนที่ขาย และเติบโตเร็วกว่าเพราะตอบโจทย์สุขภาพและไลฟ์สไตล์ แต่นาฬิกาดั้งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มออโตเมติก ยังครองตลาดในแง่ มูลค่า อย่างเหนียวแน่น เพราะผู้ซื้อมองมันเป็นสินทรัพย์และของสะสม ไม่ใช่แค่เครื่องมือบอกเวลา ทั้งสองตลาดจึงไม่ได้แข่งกันแทนที่ แต่เติบโตคนละทางและคนละกลุ่มเป้าหมาย

best smartwatch 2026

สมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาจริงไหม? วิเคราะห์เทรนด์การซื้อนาฬิกาปี 2026

คำถามที่นักสะสมนาฬิกาและคนที่กำลังจะซื้อเรือนใหม่ถามกันมากที่สุดในช่วงนี้คือ สมาร์ทวอทช์จะกลืนตลาดนาฬิกาแบบดั้งเดิมจนหมดหรือไม่ คำตอบที่ตรงไปตรงมาคือ ไม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่กระทบเลย ตลาดนาฬิกาทั่วโลกในปี 2026 กำลังแยกออกเป็นสองเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือเส้นทางของ "เครื่องมือ" และเส้นทางของ "ของสะสมที่มีความหมาย" ซึ่งทั้งสองฝั่งเติบโตไปด้วยกันได้ในเวลาเดียวกัน

ตลาดสมาร์ทวอทช์

ตัวเลขตลาดสมาร์ทวอทช์: เติบโตเร็ว แต่ไม่ได้กินรวบ

ข้อมูลจาก Mordor Intelligence ระบุว่าตลาดนาฬิกาทั้งหมดทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 132.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และคาดว่าจะเติบโตไปแตะ 183.09 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031 ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.73% ส่วนตลาดสมาร์ทวอทช์โดยเฉพาะ คาดว่าจะมียอดขายราว 208.81 ล้านเครื่องในปี 2026 และเพิ่มเป็น 293.75 ล้านเครื่องในปี 2031 ด้วยอัตราเติบโตปีละ 7.06% โดยกลุ่มที่โตเร็วที่สุดคือฟังก์ชันด้านสุขภาพและการแพทย์ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคมากขึ้น

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าสมาร์ทวอทช์ชนะขาดในแง่ "จำนวนเรือนที่ขายได้" และกำลังกินส่วนแบ่งตลาดของนาฬิการะดับเริ่มต้นและ นาฬิกาแฟชั่นราคาประหยัดไปจริง เพราะผู้บริโภคที่ต้องการแค่ความสะดวกในการบอกเวลาและติดตามสุขภาพ มักเลือกสมาร์ทวอทช์ แทนนาฬิกาควอตซ์ราคาถูกไปตั้งแต่ต้น

automatic watch and mechanical watch

แต่นาฬิกาออโตเมติกยังครองมูลค่าตลาดอย่างเหนียวแน่น

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ ถึงแม้สมาร์ทวอทช์จะขายได้มากกว่าในแง่จำนวนเรือน แต่นาฬิกากลไกของสวิสกลับสร้างมูลค่าการส่งออก ได้สูงถึงประมาณ 82.5% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด ทั้งที่มีสัดส่วนจำนวนเรือนไม่ถึง 20% ของยอดส่งออกทั้งหมด ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า ผู้ซื้อนาฬิกากลไกยอมจ่ายเงินต่อเรือนสูงกว่ามาก เพราะมองมันเป็นสินทรัพย์และงานฝีมือ ไม่ใช่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จะล้าสมัย ภายในไม่กี่ปี

ในส่วนตลาดนาฬิกากลไกโดยรวม คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 53,339.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 และเติบโตไปแตะ 77,079.1 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2033 ด้วยอัตราเติบโตปีละ 5.4% โดยกลุ่มนาฬิกาออโตเมติก (ไขลานเองด้วยการเคลื่อนไหวข้อมือ) ครองสัดส่วนสูงถึง 72.2% ของตลาดนาฬิกากลไกทั้งหมด และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้วยสัดส่วนประมาณ 39.3% ซึ่งรวมถึงตลาดไทยที่อยู่ใน ภูมิภาคนี้ด้วย

mechanical watch

เทรนด์ที่พลิกความคาดหมาย: Gen Z คือกลุ่มที่ดันตลาดนาฬิกากลไกกลับมา

ปรากฏการณ์ที่ทำให้นักวิเคราะห์ตลาดประหลาดใจคือ คนกลุ่มที่ซื้อนาฬิกาเก่าและนาฬิกากลไกมือสองเติบโตเร็วที่สุดบนแพลตฟอร์ม Chrono24 กลับเป็นกลุ่มอายุ 18-28 ปี ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมากับสมาร์ทโฟนเต็มตัว แทนที่จะเป็นกลุ่มนักสะสมรุ่นใหญ่ อายุ 35-50 ปีตามที่อุตสาหกรรมเคยคาดการณ์ไว้

เหตุผลเบื้องหลังไม่ได้ซับซ้อน คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตอยู่กับการแจ้งเตือนและการสไลด์หน้าจอตลอดเวลาอยู่แล้ว นาฬิกากลไกจึงกลายเป็น วัตถุชิ้นเดียวในชีวิตประจำวันที่ไม่เตือนอะไร ไม่ขออะไรจากเจ้าของเลยนอกจากการไขลานเป็นครั้งคราว รายงานจาก Deloitte ในปี 2022 พบว่า 23% ของกลุ่ม Gen Z เลือกใส่นาฬิกาแบบดั้งเดิมแทนสมาร์ทวอทช์ และ 33% บอกว่าการมีนาฬิกาสักเรือนมีความสำคัญต่อพวกเขา มากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลัง

smart watch and mechanical watch

ทำไมสองตลาดนี้ไม่ได้แข่งกันหรือแทนที่กัน

มุมมองที่แม่นยำที่สุดในปี 2026 คือ สมาร์ทวอทช์และนาฬิกากลไกไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ตอบโจทย์คนละด้าน ของชีวิตคนคนเดียวกัน คนซื้อสมาร์ทวอทช์เพื่อประโยชน์ใช้สอย เช่น ติดตามการนอน วัดอัตราการเต้นหัวใจ แจ้งเตือนข้อความ ส่วนคนซื้อนาฬิกากลไกเพื่อความหมายและความรู้สึกเป็นเจ้าของงานฝีมือ แนวโน้มที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือคนจำนวนมากเลือก "มีทั้งสองอย่าง" สวมสมาร์ทวอทช์ไว้ออกกำลังกายหรือทำงาน แล้วเปลี่ยนมาสวมนาฬิกากลไกในวันสำคัญหรือวันหยุด

สมาร์ทวอทช์เหมาะกับใคร

  • ต้องการติดตามสุขภาพ การนอน และการออกกำลังกายแบบเรียลไทม์
  • ใช้ชีวิตที่ต้องพึ่งการแจ้งเตือนและการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนตลอดเวลา
  • ไม่ติดขัดกับการชาร์จแบตทุกวันหรือทุกสองสามวัน
  • มองนาฬิกาเป็นอุปกรณ์ที่อัปเกรดได้ ไม่ใช่ของสะสมระยะยาว

นาฬิกาออโตเมติกเหมาะกับใคร

  • อยากได้วัตถุที่มีความหมาย เก็บไว้ได้นาน หรือส่งต่อรุ่นต่อรุ่น
  • ต้องการพักจากการแจ้งเตือนและจอภาพในบางช่วงของวัน
  • สนใจงานฝีมือ กลไก และเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์
  • มองว่ามูลค่าของนาฬิกาอาจทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว ต่างจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ตารางเปรียบเทียบแรงจูงใจในการซื้อ

มิติ สมาร์ทวอทช์ นาฬิกาออโตเมติก / กลไก
แรงจูงใจหลักในการซื้อ ประโยชน์ใช้สอย สุขภาพ ความสะดวก ความหมาย งานฝีมือ และมรดกของแบรนด์
อายุการใช้งานที่คาดหวัง 2-4 ปี ก่อนรู้สึกล้าสมัย หลายสิบปีถึงตลอดชีวิต หากดูแลรักษาดี
มูลค่าตลาดมือสอง ลดลงเร็ว คล้ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้นได้ในรุ่นที่มีดีมานด์สูง
กลุ่มผู้ซื้อที่เติบโตเร็วที่สุด ทุกวัย เน้นกลุ่มใส่ใจสุขภาพ Gen Z อายุ 18-28 ปี (เติบโตเร็วกว่ากลุ่มอายุ 35-50)
สัดส่วนในมูลค่าตลาดรวม ครองจำนวนเรือนขายส่วนใหญ่ ครองมูลค่าสูงเกินสัดส่วนจำนวนเรือนมาก
smart watch and mechanical watch

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเทรนด์ตลาดนาฬิกา

สมาร์ทวอทช์จะทำให้นาฬิกาออโตเมติกหายไปจากตลาดไหม?

ไม่น่าเป็นไปได้ในระยะยาว เพราะแรงจูงใจในการซื้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน นาฬิกาออโตเมติกถูกซื้อด้วยเหตุผลด้านความหมายและมูลค่าสะสม ขณะที่สมาร์ทวอทช์ถูกซื้อด้วยเหตุผลด้านประโยชน์ใช้สอย ตัวเลขมูลค่าส่งออกของสวิสที่ยังสูงกว่า 80% ทั้งที่จำนวนเรือนน้อยกว่า ยืนยันว่าตลาดนี้ยังแข็งแรงอยู่

นาฬิการะดับไหนได้รับผลกระทบจากสมาร์ทวอทช์มากที่สุด?

นาฬิกาควอตซ์ระดับเริ่มต้นและนาฬิกาแฟชั่นราคาประหยัดได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะแข่งกับสมาร์ทวอทช์ด้วยจุดขายเดียวกันคือความสะดวกและฟังก์ชัน ส่วนนาฬิการะดับกลางถึงระดับสูงที่ขายด้วยงานฝีมือและความหมาย ได้รับผลกระทบน้อยกว่ามาก

ทำไมคนรุ่นใหม่ที่โตมากับสมาร์ทโฟนถึงกลับมาสนใจนาฬิกากลไก?

หลายงานวิจัยชี้ว่าคนรุ่นนี้มองนาฬิกากลไกเป็นวัตถุที่อยู่นอกระบบการแจ้งเตือนและอัลกอริทึม ต่างจากอุปกรณ์อื่นในชีวิตประจำวันที่ถูกออกแบบมาให้ดึงความสนใจตลอดเวลา การไขลานและดูแลนาฬิกากลไกจึงกลายเป็นพิธีกรรมเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับของจริง

ใส่สมาร์ทวอทช์กับนาฬิกากลไกพร้อมกันได้ไหม?

ได้ และกำลังเป็นเทรนด์ที่นิยมมากขึ้น นักสะสมจำนวนมากเลือกใส่สมาร์ทวอทช์ในข้อมือหนึ่งเพื่อติดตามสุขภาพและการแจ้งเตือน และใส่นาฬิกากลไกในข้อมืออีกข้างหรือสลับใส่ตามโอกาส โดยมองว่าทั้งสองเรือนทำหน้าที่ต่างกันและไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

บทสรุปเชิงกลยุทธ์

คำตอบที่ตรงที่สุดสำหรับคำถามว่าสมาร์ทวอทช์จะครองตลาดนาฬิกาหรือไม่ คือมันครองไปแล้วในส่วนที่เป็น "เครื่องมือใช้สอย" แต่ไม่เคยแม้แต่จะเข้าใกล้ส่วนที่เป็น "ความหมายและมูลค่าสะสม" เลย ตลาดนาฬิกาในปี 2026 จึงไม่ได้กำลังถูกแทนที่ แต่กำลังถูกแบ่งออกเป็นสองเส้นทางที่ชัดเจนขึ้นกว่าทุกยุคที่ผ่านมา และผู้บริโภคจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เลือกที่จะเดินทั้งสองเส้นทาง พร้อมกัน ไม่ใช่เลือกแค่ทางใดทางหนึ่ง

สำหรับใครที่กำลังตัดสินใจซื้อนาฬิกาเรือนต่อไป คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ "สมาร์ทวอทช์หรือออโตเมติกดีกว่ากัน" แต่เป็น "ฉันต้องการเครื่องมือ หรือฉันต้องการของที่มีความหมาย" เพราะคำตอบของคำถามนี้จะนำไปสู่การเลือกที่ถูกต้องกว่ามาก สำหรับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

วิเคราะห์โดย PaRiN — บรรณาธิการประจำ All My Watch Blog

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Popular Posts